<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>มรดก.COM ศูนย์ข้อมูลมรดก พินัยกรรม มรดกตกทอด</title>
	<atom:link href="http://www.xn--12c1bybi.com/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.xn--12c1bybi.com</link>
	<description>มรดก,มรดกตกทอด</description>
	<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 13:38:52 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>ความหมายของมรดก</title>
		<link>http://www.xn--12c1bybi.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81</link>
		<comments>http://www.xn--12c1bybi.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 13:38:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มรดก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[มรดก]]></category>

		<category><![CDATA[ความหมายของมรดก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.xn--12c1bybi.com/?p=29</guid>
		<description><![CDATA[มรดก หมายถึง ทรัพย์สินทุกชนิดซึ่งผู้ตายหรือที่อาจเรียกกันว่าเจ้ามรดกมีอยู่ในขณะที่สิ้นชีวิต ยังหมายรวมถึงหนี้สินใดๆด้วย มรดกจักตกทอดไปสู่ทายาทโดยชอบธรรมของเจ้ามรดกทันทีที่เขาสิ้นชีวิตอันเป็นไปตามหลักกฎหมาย ณ ที่นี้จักกล่าวถึงสัดส่วนที่เหล่าทายาทของผู้ตายพึงได้รับตามหลักการแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ถูกต้อง
การแบ่งมรดก มีขึ้นเพื่อความสงบสุขของสังคมผู้ปกครองบ้านเมืองจึงออกกฎหมายมาจัดการแบ่งปันทรัพย์สินของเราแก่เหล่าทายาท อันได้แก่ คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรธิดา เป็นต้น หลายคนเข้าใจว่าทรัพย์สินทั้งหมดซึ่งเป็นชื่อของผู้ตายถือเป็นกรรมสิทธิ์ไว้ในเวลาที่สิ้นชีวิต จะต้องนำมาแบ่งสรรกันตามจำนวนทายาทของเขา นั่นเป็นความเข้าใจซึ่งถูกเพียงส่วนเดียว นอกจากทรัพย์สินแล้วยังรวมถึงหนี้สินของเจ้ามรดกซึ่งมีอยู่ก่อนตาย ทายาทต้องรับไปด้วย แต่จะใช้หนี้แก่เจ้าหนี้เท่าที่ตนได้รับทรัพย์มรดกมาเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เจ้ามรดกมีหนี้สิน 100 บาท ทายาทรับมรดกมา 90 บาท เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จากทายาทแทนเจ้ามรดกเพียง 90 บาท ส่วนอีก 10 บาทตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป ส่วนหลักการแบ่งปันทรัพย์สินของผู้ตายนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่บุคคลธรรมดาคิดไว้นัก
ตัวอย่างให้คิดง่ายๆดังนี้คือ ผู้ตายหรือเจ้ามรดกมีทรัพย์สิน 100 บาท โดยมีทายาทตามกฎหมาย คือ ภรรยา (ที่จดทะเบียนสมรส) และ บุตรธิดารวม 2 คน ตอนนี้ก็มาถึงวิธีแบ่งปันทรัพย์มรดกจำนวน 100 บาท เริ่มต้นด้วยหลักกฎหมายกำหนดให้สินส่วนตัวของผู้ตายเท่านั้นที่เป็นทรัพย์มรดกซึ่งนำมาแบ่งกับทายาทได้ ทรัพย์สินของผู้ตาย ณ เวลาสิ้นชีวิตจำนวน 100 บาท ถูกสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรสซึ่งเป็นทรัพย์สินร่วมกันระหว่างสามีภรรยา จึงต้องมีการแบ่งกันก่อน โดยแต่ละฝ่ายจักได้สิทธิในเงินก้อนนี้ครึ่งหนึ่ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignleft size-full wp-image-15" title="10440_552000004610401" src="http://www.xn--12c1bybi.com/wp-content/uploads/2010/02/10440_552000004610401.jpeg" alt="10440_552000004610401" width="300" height="296" />มรดก หมายถึง ทรัพย์สินทุกชนิดซึ่งผู้ตายหรือที่อาจเรียกกันว่าเจ้ามรดกมีอยู่ในขณะที่สิ้นชีวิต ยังหมายรวมถึงหนี้สินใดๆด้วย มรดกจักตกทอดไปสู่ทายาทโดยชอบธรรมของเจ้ามรดกทันทีที่เขาสิ้นชีวิตอันเป็นไปตามหลักกฎหมาย ณ ที่นี้จักกล่าวถึงสัดส่วนที่เหล่าทายาทของผู้ตายพึงได้รับตามหลักการแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ถูกต้อง</p>
<p>การแบ่งมรดก มีขึ้นเพื่อความสงบสุขของสังคมผู้ปกครองบ้านเมืองจึงออกกฎหมายมาจัดการแบ่งปันทรัพย์สินของเราแก่เหล่าทายาท อันได้แก่ คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรธิดา เป็นต้น หลายคนเข้าใจว่าทรัพย์สินทั้งหมดซึ่งเป็นชื่อของผู้ตายถือเป็นกรรมสิทธิ์ไว้ในเวลาที่สิ้นชีวิต จะต้องนำมาแบ่งสรรกันตามจำนวนทายาทของเขา นั่นเป็นความเข้าใจซึ่งถูกเพียงส่วนเดียว นอกจากทรัพย์สินแล้วยังรวมถึงหนี้สินของเจ้ามรดกซึ่งมีอยู่ก่อนตาย ทายาทต้องรับไปด้วย แต่จะใช้หนี้แก่เจ้าหนี้เท่าที่ตนได้รับทรัพย์มรดกมาเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เจ้ามรดกมีหนี้สิน 100 บาท ทายาทรับมรดกมา 90 บาท เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จากทายาทแทนเจ้ามรดกเพียง 90 บาท ส่วนอีก 10 บาทตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป ส่วนหลักการแบ่งปันทรัพย์สินของผู้ตายนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่บุคคลธรรมดาคิดไว้นัก</p>
<p>ตัวอย่างให้คิดง่ายๆดังนี้คือ ผู้ตายหรือเจ้ามรดกมีทรัพย์สิน 100 บาท โดยมีทายาทตามกฎหมาย คือ ภรรยา (ที่จดทะเบียนสมรส) และ บุตรธิดารวม 2 คน ตอนนี้ก็มาถึงวิธีแบ่งปันทรัพย์มรดกจำนวน 100 บาท เริ่มต้นด้วยหลักกฎหมายกำหนดให้สินส่วนตัวของผู้ตายเท่านั้นที่เป็นทรัพย์มรดกซึ่งนำมาแบ่งกับทายาทได้ ทรัพย์สินของผู้ตาย ณ เวลาสิ้นชีวิตจำนวน 100 บาท ถูกสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรสซึ่งเป็นทรัพย์สินร่วมกันระหว่างสามีภรรยา จึงต้องมีการแบ่งกันก่อน โดยแต่ละฝ่ายจักได้สิทธิในเงินก้อนนี้ครึ่งหนึ่ง นั่นหมายความว่าคู่สมรสของผู้ตายจักได้เงิน 50 บาทไปก่อนตามสิทธิอันพึงได้ตามกฎหมาย จากนั้นเงิน 50 บาทที่เป็นของผู้ตายจะนำมาแบ่งปันกับเหล่าทายาทของเขาอันได้แก่ ภรรยา (ต้องมีทะเบียนสมรส) และบุตรธิดารวม 2 คน ตามที่ตัวอย่างระบุไว้ ณ จุดนี้กฎหมายกำหนดให้ทายาทแต่ละคนได้หนึ่งส่วน ดังนั้นเงิน 50 บาทของผู้ตายจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนเท่ากัน ซึ่งถือเป็นมรดกของทายาทที่พึงได้รับไป<span id="more-29"></span></p>
<p>เราจักสังเกตเห็นว่าภรรยานั้นดูจะได้สัดส่วนมาก นี่แหละคือ ประโยชน์ของภรรยาที่มีทะเบียนสมรสซึ่งสังคมพยายามรณรงค์ให้หญิงสาวพึงเรียกร้องจากผู้ชายที่คิดจะร่วมชีวิตด้วย สังคมคุ้มครองผู้อยู่ใต้กฎหมายเสมอ หวังว่าสตรีทั้งหลายพึงเรียกร้องและรักษาผลประโยชน์ที่สังคมมอบให้ท่าน กอปรกับได้เข้าใจถึงวิธีการแบ่งปันทรัพย์มรดกอย่างถูกต้องด้วย</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12c1bybi.com/%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%a1%e0%b8%a3%e0%b8%94%e0%b8%81/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>การทำพินัยกรรม อาจทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้</title>
		<link>http://www.xn--12c1bybi.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89</link>
		<comments>http://www.xn--12c1bybi.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 01 Jun 2010 12:47:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>มรดก</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[มรดก]]></category>

		<category><![CDATA[การทำพินัยกรรม]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://xn--12c1bybi.com/?p=7</guid>
		<description><![CDATA[๑. ทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำพินัยกรรม และ ผู้ทำพินัยกรรม ต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน  โดยพยานทั้งสองคนจะต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ใน ขณะนั้น
๒. พินัยกรรมเขียนเอง โดยผู้ทำพินัยกรรมทำเป็นเอกสาร เขียนด้วยลายมือของตน เองทั้งฉบับ แล้วลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม
๓. พินัยกรรมอันเป็นเอกสารฝ่ายเมือง ซึ่งจะต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
ผู้ทำ พินัยกรรม ต้องไปแจ้งข้อความที่ประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมแก่นาย อำเภอ ต่อหน้าพยานอีกอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน
นายอำเภอต้องจดข้อความที่ผู้นั้นลงไว้ และอ่านข้อความนั้นให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานฟัง
เมื่อเห็นว่าข้อความถูกต้องแล้วให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้ เป็นสำคัญ
ให้นายอำเภอลงลายมือชื่อและ วัน เดือน ปี ทั้งจดลงไว้ด้วยตนเองว่าพินัยกรรมนั้นได้ทำขึ้นถูกต้องแล้ว และประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ
๔. ทำพินัยกรรมเป็นเอกสารลับ ซึ่งต้องทำด้วยวิธีดังต่อไปนี้
ผู้ทำ พินัยกรรม ต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม
ผนึกพินัยกรรมแล้วลงลายมือชื่อคาบรอยผนึกนั้น
นำพินัยกรรมที่ผนึกนั้นไปแสดงต่อนายอำเภอและพยานอย่างน้อยสองคน และให้ถ้อยคำต่อบุคคลทั้งหมดดังกล่าวว่าเป็นพินัยกรรมของตน ถ้าผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้เขียนเองโดยตลอด ต้องแจ้งนามและภูมิลำเนาของผู้เขียนให้ทราบด้วย
เมื่อนายอำเภอจดถ้อยคำ และวันเดือนปีที่นำพินัยกรรมมาแสดงไว้บนซองและประทับตราตำแหน่งแล้ว ให้นายอำเภอ ผู้ทำพินัยกรรม และพยาน ลงลายมือชื่อบนซองนั้น
๕. พินัยกรรมทำด้วยวาจา โดยปกติพินัยกรรมจะทำด้วยวาจา ไม่ได้ เว้นแต่ เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษที่ไม่สามารถจะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นได้ เช่นตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรือเวลามีโรคระบาด หรือสงคราม การทำพินัยกรรมด้วยวาจาจะต้องปฏิบัติดังนี้
ผู้ทำ พินัยกรรม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="font-family: MS Sans Serif; font-size: x-small;"><img class="alignleft size-medium wp-image-19" style="margin: 5px;" title="topic-682-1" src="http://xn--12c1bybi.com/wp-content/uploads/2010/06/topic-682-1-210x300.jpg" alt="topic-682-1" width="210" height="300" />๑. ทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำพินัยกรรม และ ผู้ทำพินัยกรรม ต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน  โดยพยานทั้งสองคนจะต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ใน ขณะนั้น</p>
<p>๒. พินัยกรรมเขียนเอง โดยผู้ทำพินัยกรรมทำเป็นเอกสาร เขียนด้วยลายมือของตน เองทั้งฉบับ แล้วลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม</p>
<p>๓. พินัยกรรมอันเป็นเอกสารฝ่ายเมือง ซึ่งจะต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้</p>
<p>ผู้ทำ พินัยกรรม ต้องไปแจ้งข้อความที่ประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมแก่นาย อำเภอ ต่อหน้าพยานอีกอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน<br />
นายอำเภอต้องจดข้อความที่ผู้นั้นลงไว้ และอ่านข้อความนั้นให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานฟัง<br />
เมื่อเห็นว่าข้อความถูกต้องแล้วให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้ เป็นสำคัญ<br />
ให้นายอำเภอลงลายมือชื่อและ วัน เดือน ปี ทั้งจดลงไว้ด้วยตนเองว่าพินัยกรรมนั้นได้ทำขึ้นถูกต้องแล้ว และประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ</p>
<p>๔. ทำพินัยกรรมเป็นเอกสารลับ ซึ่งต้องทำด้วยวิธีดังต่อไปนี้</p>
<p>ผู้ทำ พินัยกรรม ต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม<br />
ผนึกพินัยกรรมแล้วลงลายมือชื่อคาบรอยผนึกนั้น<br />
นำพินัยกรรมที่ผนึกนั้นไปแสดงต่อนายอำเภอและพยานอย่างน้อยสองคน และให้ถ้อยคำต่อบุคคลทั้งหมดดังกล่าวว่าเป็นพินัยกรรมของตน ถ้าผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้เขียนเองโดยตลอด ต้องแจ้งนามและภูมิลำเนาของผู้เขียนให้ทราบด้วย<br />
เมื่อนายอำเภอจดถ้อยคำ และวันเดือนปีที่นำพินัยกรรมมาแสดงไว้บนซองและประทับตราตำแหน่งแล้ว ให้นายอำเภอ ผู้ทำพินัยกรรม และพยาน ลงลายมือชื่อบนซองนั้น</p>
<p>๕. พินัยกรรมทำด้วยวาจา โดยปกติพินัยกรรมจะทำด้วยวาจา ไม่ได้ เว้นแต่ เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษที่ไม่สามารถจะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นได้ เช่นตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรือเวลามีโรคระบาด หรือสงคราม การทำพินัยกรรมด้วยวาจาจะต้องปฏิบัติดังนี้</p>
<p>ผู้ทำ พินัยกรรม ต้องแสดงเจตนากำหนดข้อพินัยกรรมต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนซึ่ง อยู่พร้อม กัน ณ ที่นั้น<br />
พยานสองคนนั้นต้องไปแสดงตนต่อนายอำเภอโดยมิชักช้า และแจ้งข้อความที่ผู้ทำพินัยกรรมได้สั่งไว้ พร้อมทั้งแจ้งวัน เดือน ปี สถานที่ที่ทำพินัยกรรม และพฤติการณ์พิเศษนั้นไว้ด้วย<br />
ให้นายอำเภอจดข้อความที่พยานแจ้งไว้ และพยานสองคนนั้นต้องลงลายมือชื่อไว้ ถ้าพยานไม่รู้หนังสือลงลายมือชื่อไม่ได้ ก็ต้องพิมพ์ลายนิ้วมือโดยมีพยานอีกสองคนลงลายมือชื่อรับรองลายพิมพ์นิ้ว มือนั้น<br />
ถ้าปรากฏว่าผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้ตายและอยู่ในฐานะที่จะทำพินัยกรรมแบบอื่น ได้ พินัยกรรมด้วยวาจานั้นเป็นอันสิ้นผลเมื่อ พ้น หนึ่งเดือนนับแต่เวลาที่กลับมาสู่ฐานะที่จะทำพินัยกรรมแบบอื่นได้</p>
<p>๖. พินัยกรรมทำในต่างประเทศ ถ้าคนในบังคับไทยจะทำพินัยกรรมในต่างประเทศ จะทำตามแบบต่าง ๆ ดังกล่าวข้างต้น หรือจะทำตามแบบที่กฎหมายของประเทศที่ทำพินัยกรรมบัญญัติไว้ก็ได้</span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.xn--12c1bybi.com/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>

