มรดก หมายถึง ทรัพย์สินทุกชนิดซึ่งผู้ตายหรือที่อาจเรียกกันว่าเจ้ามรดกมีอยู่ในขณะที่สิ้นชีวิต ยังหมายรวมถึงหนี้สินใดๆด้วย มรดกจักตกทอดไปสู่ทายาทโดยชอบธรรมของเจ้ามรดกทันทีที่เขาสิ้นชีวิตอันเป็นไปตามหลักกฎหมาย ณ ที่นี้จักกล่าวถึงสัดส่วนที่เหล่าทายาทของผู้ตายพึงได้รับตามหลักการแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ถูกต้อง
การแบ่งมรดก มีขึ้นเพื่อความสงบสุขของสังคมผู้ปกครองบ้านเมืองจึงออกกฎหมายมาจัดการแบ่งปันทรัพย์สินของเราแก่เหล่าทายาท อันได้แก่ คู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย บุตรธิดา เป็นต้น หลายคนเข้าใจว่าทรัพย์สินทั้งหมดซึ่งเป็นชื่อของผู้ตายถือเป็นกรรมสิทธิ์ไว้ในเวลาที่สิ้นชีวิต จะต้องนำมาแบ่งสรรกันตามจำนวนทายาทของเขา นั่นเป็นความเข้าใจซึ่งถูกเพียงส่วนเดียว นอกจากทรัพย์สินแล้วยังรวมถึงหนี้สินของเจ้ามรดกซึ่งมีอยู่ก่อนตาย ทายาทต้องรับไปด้วย แต่จะใช้หนี้แก่เจ้าหนี้เท่าที่ตนได้รับทรัพย์มรดกมาเท่านั้น ตัวอย่างเช่น เจ้ามรดกมีหนี้สิน 100 บาท ทายาทรับมรดกมา 90 บาท เจ้าหนี้จะได้รับชำระหนี้จากทายาทแทนเจ้ามรดกเพียง 90 บาท ส่วนอีก 10 บาทตกเป็นพับแก่เจ้าหนี้ไป ส่วนหลักการแบ่งปันทรัพย์สินของผู้ตายนั้นมีความซับซ้อนมากกว่าที่บุคคลธรรมดาคิดไว้นัก
ตัวอย่างให้คิดง่ายๆดังนี้คือ ผู้ตายหรือเจ้ามรดกมีทรัพย์สิน 100 บาท โดยมีทายาทตามกฎหมาย คือ ภรรยา (ที่จดทะเบียนสมรส) และ บุตรธิดารวม 2 คน ตอนนี้ก็มาถึงวิธีแบ่งปันทรัพย์มรดกจำนวน 100 บาท เริ่มต้นด้วยหลักกฎหมายกำหนดให้สินส่วนตัวของผู้ตายเท่านั้นที่เป็นทรัพย์มรดกซึ่งนำมาแบ่งกับทายาทได้ ทรัพย์สินของผู้ตาย ณ เวลาสิ้นชีวิตจำนวน 100 บาท ถูกสันนิษฐานว่าเป็นสินสมรสซึ่งเป็นทรัพย์สินร่วมกันระหว่างสามีภรรยา จึงต้องมีการแบ่งกันก่อน โดยแต่ละฝ่ายจักได้สิทธิในเงินก้อนนี้ครึ่งหนึ่ง [...]
Archive for the ‘มรดก’ Category
ความหมายของมรดก
การทำพินัยกรรม อาจทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้
๑. ทำเป็นหนังสือ ลงวัน เดือน ปี ในขณะที่ทำพินัยกรรม และ ผู้ทำพินัยกรรม ต้องลงลายมือชื่อไว้ต่อหน้าพยานอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน โดยพยานทั้งสองคนจะต้องลงลายมือชื่อรับรองลายมือชื่อของผู้ทำพินัยกรรมไว้ใน ขณะนั้น
๒. พินัยกรรมเขียนเอง โดยผู้ทำพินัยกรรมทำเป็นเอกสาร เขียนด้วยลายมือของตน เองทั้งฉบับ แล้วลงลายมือชื่อ วัน เดือน ปี ที่ทำพินัยกรรม
๓. พินัยกรรมอันเป็นเอกสารฝ่ายเมือง ซึ่งจะต้องทำตามขั้นตอนดังต่อไปนี้
ผู้ทำ พินัยกรรม ต้องไปแจ้งข้อความที่ประสงค์จะให้ใส่ไว้ในพินัยกรรมแก่นาย อำเภอ ต่อหน้าพยานอีกอย่างน้อยสองคนพร้อมกัน
นายอำเภอต้องจดข้อความที่ผู้นั้นลงไว้ และอ่านข้อความนั้นให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานฟัง
เมื่อเห็นว่าข้อความถูกต้องแล้วให้ผู้ทำพินัยกรรมและพยานลงลายมือชื่อไว้ เป็นสำคัญ
ให้นายอำเภอลงลายมือชื่อและ วัน เดือน ปี ทั้งจดลงไว้ด้วยตนเองว่าพินัยกรรมนั้นได้ทำขึ้นถูกต้องแล้ว และประทับตราตำแหน่งไว้เป็นสำคัญ
๔. ทำพินัยกรรมเป็นเอกสารลับ ซึ่งต้องทำด้วยวิธีดังต่อไปนี้
ผู้ทำ พินัยกรรม ต้องลงลายมือชื่อในพินัยกรรม
ผนึกพินัยกรรมแล้วลงลายมือชื่อคาบรอยผนึกนั้น
นำพินัยกรรมที่ผนึกนั้นไปแสดงต่อนายอำเภอและพยานอย่างน้อยสองคน และให้ถ้อยคำต่อบุคคลทั้งหมดดังกล่าวว่าเป็นพินัยกรรมของตน ถ้าผู้ทำพินัยกรรมไม่ได้เขียนเองโดยตลอด ต้องแจ้งนามและภูมิลำเนาของผู้เขียนให้ทราบด้วย
เมื่อนายอำเภอจดถ้อยคำ และวันเดือนปีที่นำพินัยกรรมมาแสดงไว้บนซองและประทับตราตำแหน่งแล้ว ให้นายอำเภอ ผู้ทำพินัยกรรม และพยาน ลงลายมือชื่อบนซองนั้น
๕. พินัยกรรมทำด้วยวาจา โดยปกติพินัยกรรมจะทำด้วยวาจา ไม่ได้ เว้นแต่ เมื่อมีพฤติการณ์พิเศษที่ไม่สามารถจะทำพินัยกรรมตามแบบอื่นได้ เช่นตกอยู่ในอันตรายใกล้ความตาย หรือเวลามีโรคระบาด หรือสงคราม การทำพินัยกรรมด้วยวาจาจะต้องปฏิบัติดังนี้
ผู้ทำ พินัยกรรม [...]


Posted in
Tags:
